การส่งไฟล์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA คือการส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ด้วยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เช่น การเข้ารหัสและรหัสผ่าน เปิดให้เข้าถึงเท่าที่ผู้รับต้องใช้ มีข้อตกลงกับผู้ให้บริการที่ประมวลผลข้อมูลแทนคุณ และรู้ว่าต้องแจ้งเหตุละเมิดภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อไฟล์ไปถึงคนผิดและมีความเสี่ยง PDPA ไม่ได้รับรองเครื่องมือใด แต่กำหนดหน้าที่ให้องค์กรที่ส่งข้อมูล
บทความนี้สรุปบทบัญญัติของ PDPA และประกาศของคณะกรรมการที่เกี่ยวกับการส่งไฟล์ เช่น ใบสมัครงาน สลิปเงินเดือน ผลตรวจสุขภาพ สำเนาบัตรประชาชน หรือรายชื่อลูกค้า เป็นเช็กลิสต์ พร้อมเทียบกับ GDPR ของสหภาพยุโรป เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ณ เดือนตุลาคม 2026 (พ.ศ. 2569) ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย สำหรับกรณีของคุณ ให้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) หรือนักกฎหมาย
PDPA คืออะไร ย่อมาจากอะไร
PDPA ย่อมาจาก Personal Data Protection Act คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 69 ก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และมีผลใช้บังคับเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 (ค.ศ. 2022) หน่วยงานที่ดูแลคือคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ซึ่งเผยแพร่ตัวบทและประกาศต่าง ๆ ไว้ที่ pdpc.or.th
ตามมาตรา 6 “ข้อมูลส่วนบุคคล” คือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม สัญญาที่มีชื่อและที่อยู่ ไฟล์ Excel รายชื่อลูกค้า สำเนาบัตร หรือรูปที่จำหน้าคนได้ จึงเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด การส่งไฟล์เหล่านี้คือการ “เปิดเผย” ข้อมูล และการที่บริการส่งไฟล์เก็บไฟล์ไว้ชั่วคราวก็ถือเป็นการประมวลผลเช่นกัน
มาตรา 5 ให้กฎหมายใช้กับผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูลที่อยู่ในไทย และกับผู้ที่อยู่นอกประเทศที่เสนอสินค้าหรือบริการ หรือเฝ้าติดตามพฤติกรรมของคนที่อยู่ในไทย
PDPA มีอะไรบ้าง ที่เกี่ยวกับการส่งไฟล์
PDPA ครอบคลุมตั้งแต่ความยินยอมและเหตุที่ใช้ประมวลผลข้อมูลได้ ข้อมูลอ่อนไหว การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ สิทธิของเจ้าของข้อมูล (หมวด 3) เช่น สิทธิขอเข้าถึง ขอสำเนา หรือขอให้ลบข้อมูล หน้าที่ของผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล ความรับผิดทางแพ่ง และบทกำหนดโทษ (หมวด 7) มาตราที่เกี่ยวกับการส่งไฟล์โดยตรงมีดังนี้
| มาตรา | สาระโดยย่อ | ความหมายต่อการส่งไฟล์ |
|---|---|---|
| 26 ข้อมูลอ่อนไหว | ห้ามเก็บรวบรวมโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย | ไฟล์สุขภาพหรือข้อมูลชีวภาพต้องป้องกันเข้มที่สุด |
| 28 และ 29 ส่งไปต่างประเทศ | ประเทศปลายทางต้องมีมาตรฐานเพียงพอ หรือเข้าข้อยกเว้นหรือมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม | ตรวจว่าผู้ให้บริการเก็บไฟล์ไว้ที่ไหน และใครเข้าถึงได้ |
| 37 (1) ความมั่นคงปลอดภัย | มาตรการที่เหมาะสมตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศ | การเข้ารหัส รหัสผ่าน การควบคุมสิทธิ์เข้าถึง |
| 37 (3) ลบหรือทำลาย | มีระบบตรวจสอบเพื่อลบข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาเก็บหรือเกินความจำเป็น | ใช้ลิงก์ที่หมดอายุ และลบไฟล์เมื่อจบงาน |
| 37 (4) แจ้งเหตุละเมิด | แจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่ทำได้ หากมีความเสี่ยง | รู้ขั้นตอนเมื่อลิงก์ไปถึงคนผิด |
| 40 ผู้ประมวลผลข้อมูล | ทำตามคำสั่งผู้ควบคุม มีมาตรการความปลอดภัย และต้องมีข้อตกลงระหว่างกัน | ทำข้อตกลงกับบริการส่งไฟล์ที่คุณใช้ |
PDPA ข้อมูลอ่อนไหว มีอะไรบ้าง
มาตรา 26 ระบุข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ และข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ไฟล์อย่างใบรับรองแพทย์หรือผลตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานจึงควรส่งด้วยรหัสผ่าน วันหมดอายุสั้น และการเข้ารหัสแบบ end to end
มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ต้องทำแค่ไหน
ประกาศคณะกรรมการ เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 วางหลักขั้นต่ำไว้ เช่น ครอบคลุมทั้งเอกสารกระดาษและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ มีมาตรการเชิงองค์กร เชิงเทคนิค และทางกายภาพตามระดับความเสี่ยง ควบคุมการเข้าถึงตามหลักให้สิทธิเท่าที่จำเป็น มีการตรวจสอบย้อนหลัง (audit trails) และสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากร ประกาศไม่ได้บังคับเทคโนโลยีใดเป็นการเฉพาะ แต่การเข้ารหัสแบบ end to end ที่แม้แต่ผู้ให้บริการก็อ่านไม่ได้เป็นรูปแบบที่ป้องกันได้มากที่สุด ดูการเข้ารหัสแบบ end to end คืออะไร
บริการส่งไฟล์คือผู้ประมวลผลข้อมูล: ทำข้อตกลงให้ถูก
เมื่อบริการส่งไฟล์เก็บไฟล์ไว้แทนคุณ บริการนั้นเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 กำหนดให้ผู้ประมวลผลทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลเท่านั้น มีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม แจ้งเหตุละเมิดให้ผู้ควบคุมทราบ และให้ผู้ควบคุมจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน ประกาศเรื่องการแจ้งเหตุละเมิด พ.ศ. 2565 ข้อ 8 ยังให้ระบุในข้อตกลงว่าผู้ประมวลผลต้องแจ้งเหตุต่อผู้ควบคุมภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ สำหรับธุรกิจ ให้ตรวจว่าผู้ให้บริการมีเงื่อนไขการประมวลผลข้อมูลและรายชื่อผู้ประมวลผลช่วง
ส่งไฟล์ผิดคน ต้องแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงไหม
มาตรา 37 (4) กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่ทำได้ เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และถ้ามีความเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ประกาศคณะกรรมการ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ลงรายละเอียดไว้ดังนี้
- การละเมิดมี 3 แบบ คือ ละเมิดความลับ (เช่น ไฟล์ถูกเปิดเผยหรือส่งผิดคน) ละเมิดความถูกต้องครบถ้วน และละเมิดสภาพพร้อมใช้งาน (เช่น ข้อมูลถูกทำลายหรือเข้าถึงไม่ได้) ไม่ว่าจะเกิดจากความตั้งใจ ความประมาท ภัยไซเบอร์ หรืออุบัติเหตุ
- ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงก่อน แล้วระงับหรือแก้ไขทันทีถ้าพบความเสี่ยงสูง
- เนื้อหาที่ต้องแจ้งสำนักงาน ได้แก่ ลักษณะของการละเมิด ผู้ติดต่อหรือ DPO ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และมาตรการที่ใช้หรือจะใช้
- แจ้งช้ากว่า 72 ชั่วโมง ทำได้เมื่อมีเหตุจำเป็น โดยขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นพร้อมชี้แจงเหตุผล และต้องแจ้งไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ
ส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ใช้บริการที่เก็บไฟล์นอกไทยได้ไหม
มาตรา 28 กำหนดว่า เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ ประเทศปลายทางต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น เช่น ปฏิบัติตามกฎหมาย ได้รับความยินยอมหลังแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบว่ามาตรฐานปลายทางไม่เพียงพอ หรือจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา ส่วนมาตรา 29 เปิดทางให้ส่งได้ภายใต้นโยบายคุ้มครองข้อมูลในเครือกิจการที่สำนักงานตรวจสอบและรับรองแล้ว หรือเมื่อมีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ
ประกาศคณะกรรมการตามมาตรา 28 พ.ศ. 2566 มีคำนิยามที่สำคัญต่อการใช้คลาวด์ คือ “การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล” ไม่รวมการเป็นเพียงสื่อกลางในการส่งผ่านข้อมูล หรือการเก็บพักข้อมูลที่ไม่มีบุคคลภายนอกเข้าถึงได้นอกจากผู้ส่งและบุคลากรของผู้ส่ง เช่น การเก็บผ่านระบบของผู้ให้บริการคลาวด์ที่ไม่มีใครอื่นเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะมีมาตรการทางเทคนิคหรือเงื่อนไขทางกฎหมายรองรับ กรณีของคุณเข้าข่ายหรือไม่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แต่คำถาม “ใครเข้าถึงไฟล์ได้บ้าง” จึงสำคัญพอ ๆ กับ “ไฟล์เก็บอยู่ที่ไหน”
ส่งข้อมูลส่วนบุคคลได้อุ่นใจขึ้น
จัดเก็บในยุโรปเป็นค่าเริ่มต้น พร้อมวันหมดอายุ รหัสผ่าน และการเข้ารหัสแบบ end to end ในแพ็กเกจฟรี
PDPA โทษ มีอะไรบ้าง
| ประเภท | สาระโดยย่อ |
|---|---|
| ความรับผิดทางแพ่ง (มาตรา 77, 78) | ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหาย ศาลสั่งค่าสินไหมเพื่อการลงโทษเพิ่มได้ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายจริง |
| โทษอาญา (มาตรา 79) | กรณีข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ที่ใช้ เปิดเผย หรือโอนไปต่างประเทศโดยมิชอบจนน่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหาย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ปรับทางปกครอง (มาตรา 82) | ไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่บางข้อที่มาตรานี้ระบุ |
| ปรับทางปกครอง (มาตรา 83) | ไม่เกิน 3 ล้านบาท เช่น ฝ่าฝืนหน้าที่ตามมาตรา 37 (รวมถึงมาตรการความปลอดภัยและการแจ้งเหตุละเมิด) หรือส่งข้อมูลไปต่างประเทศโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 28 |
| ปรับทางปกครอง (มาตรา 84) | ไม่เกิน 5 ล้านบาท สำหรับการฝ่าฝืนที่เกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 |
มาตรา 90 ให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งแก้ไขหรือตักเตือนก่อนได้ และให้คำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติกรรมและขนาดกิจการเมื่อกำหนดค่าปรับ ส่วนผู้ประมวลผลข้อมูลก็มีโทษปรับทางปกครองของตัวเองเช่นกัน เช่น มาตรา 85 ที่กำหนดโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท
GDPR ต่างกับ PDPA อย่างไร
GDPR คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสหภาพยุโรป (Regulation (EU) 2016/679) ซึ่งมีโครงสร้างคล้าย PDPA มาก ธุรกิจไทยที่เสนอสินค้าหรือบริการให้คนในสหภาพยุโรปอาจต้องทำตาม GDPR ด้วย
| ประเด็น | ไทย (PDPA) | สหภาพยุโรป (GDPR) |
|---|---|---|
| แจ้งหน่วยงานกำกับ | ภายใน 72 ชั่วโมงเท่าที่ทำได้ (มาตรา 37 (4)) ช้ากว่านั้นต้องชี้แจง ไม่เกิน 15 วัน | โดยไม่ชักช้า และภายใน 72 ชั่วโมงหากทำได้ (มาตรา 33) |
| ข้อมูลที่เข้ารหัส | อาจยกข้อยกเว้นการแจ้งได้ หากข้อมูลใช้งานไม่ได้เพราะมีมาตรการทางเทคโนโลยีที่เพียงพอ (ประกาศ 2565 ข้อ 9) | อาจไม่ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูล หากข้อมูลถูกทำให้อ่านไม่ได้ เช่น ด้วยการเข้ารหัส (มาตรา 34 (3)(a)) |
| ผู้ประมวลผล | ต้องมีข้อตกลง (มาตรา 40) | ต้องมีสัญญาที่มีเงื่อนไขเฉพาะ (มาตรา 28) |
| ส่งไปต่างประเทศ | มาตรฐานเพียงพอ ข้อยกเว้น หรือมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม (มาตรา 28, 29) | คำวินิจฉัยความเพียงพอ ข้อสัญญามาตรฐาน ฯลฯ (มาตรา 44 ถึง 49) |
| โทษปรับสูงสุด | ปรับทางปกครองไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีโทษอาญา | สูงสุด 20 ล้านยูโร หรือ 4% ของรายได้ทั่วโลกต่อปี (มาตรา 83) |
ฝั่งยุโรปมีข้อเสนอ “Digital Omnibus” ของคณะกรรมาธิการยุโรป (พฤศจิกายน 2025) ที่จะขยายกำหนดแจ้งเหตุเป็น 96 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้รับการรับรอง ณ เดือนตุลาคม 2026
ส่งข้อมูลส่วนบุคคลทางอีเมลหรือ LINE ได้ไหม
กฎหมายไม่ได้ห้าม แต่ต้องมีมาตรการที่เหมาะสม ไฟล์แนบอีเมลค้างอยู่ในกล่องจดหมายและส่งต่อได้ในคลิกเดียว ส่วนไฟล์ในแชท LINE อยู่ในประวัติแชทโดยไม่มีวันหมดอายุ และศูนย์ช่วยเหลือของ LINE ระบุว่าไฟล์บางประเภทอาจไม่ถูกเข้ารหัสด้วย Letter Sealing ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันแอป ลิงก์ที่มีรหัสผ่านและวันหมดอายุ โดยบอกรหัสทางโทรศัพท์หรือ SMS ช่วยให้ทำตามหลักการลบข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็นได้ง่ายกว่า ดูลิงก์ใส่รหัสผ่านและวันหมดอายุ
เช็กลิสต์: เลือกบริการส่งไฟล์ที่เหมาะกับ PDPA
- นโยบายความเป็นส่วนตัวและเงื่อนไขการประมวลผลข้อมูลที่ชัดเจน พร้อมรายชื่อผู้ประมวลผลช่วง
- ระบุตำแหน่งจัดเก็บไฟล์ และบอกได้ว่าใครเข้าถึงไฟล์ได้
- การเข้ารหัสระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ และการเข้ารหัสแบบ end to end สำหรับไฟล์อ่อนไหว
- วันหมดอายุ การลบอัตโนมัติ รหัสผ่าน จำกัดดาวน์โหลด และลบการส่งได้ทันทีเมื่อส่งผิดคน
รายละเอียดฟีเจอร์ของ Transfr อยู่ในหน้าส่งไฟล์อย่างปลอดภัย และส่งไฟล์ด้วยการเข้ารหัสแบบ end to end
ขั้นตอนส่งไฟล์ข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ PDPA
ขั้นตอนที่ 1
ส่งให้น้อยที่สุด
ส่งเฉพาะเอกสารและข้อมูลที่ผู้รับต้องใช้ ส่วนที่เหลือให้ตัดออกหรือปิดทับ
ขั้นตอนที่ 2
ป้องกัน
ใส่รหัสผ่านที่ส่งแยกช่องทาง และใช้การเข้ารหัสแบบ end to end กับข้อมูลอ่อนไหวหรือเอกสารยืนยันตัวตน
ขั้นตอนที่ 3
จำกัดเวลา
ตั้งวันหมดอายุสั้น และจำกัดจำนวนดาวน์โหลดให้เท่ากับจำนวนผู้รับ
ขั้นตอนที่ 4
ตรวจผู้รับ
ตรวจอีเมลทีละตัวอักษร การส่งผิดคนเป็นสาเหตุคลาสสิกของเหตุละเมิด
ขั้นตอนที่ 5
ล้างสำเนา
ลบสำเนาในเครื่องและไฟล์แนบที่ส่งไปแล้วเมื่อไม่ต้องใช้
ขั้นตอนที่ 6
บันทึกและเขียนกติกา
บันทึกเครื่องมือที่ใช้ และทำกติกาภายในให้สั้นและทุกคนรู้
ถ้าส่งไฟล์ไปถึงคนผิด ทำอย่างไร
ปิดลิงก์ทันที (ลบการส่งหรือย่นวันหมดอายุ) ตรวจว่าไฟล์ถูกดาวน์โหลดไปหรือยัง แล้วประเมินความเสี่ยงต่อเจ้าของข้อมูลตามปัจจัยในประกาศปี 2565 เช่น ประเภทและปริมาณข้อมูล และผู้ได้รับผลกระทบเป็นผู้เยาว์หรือไม่ ถ้ามีความเสี่ยง ให้แจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ และถ้าความเสี่ยงสูง ให้แจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาด้วย ควรเก็บบันทึกการประเมินไว้ด้วย แม้จะสรุปว่าไม่ต้องแจ้ง ถ้ามีข้อมูลของคนในสหภาพยุโรปด้วย ให้ตรวจกติกา 72 ชั่วโมงของ GDPR เพิ่มเติม วิธีป้องกันตั้งแต่ต้นอยู่ในเช็กลิสต์ส่งไฟล์อย่างปลอดภัย
สถานการณ์ที่พบบ่อยและการตั้งค่าที่แนะนำ
| สถานการณ์ | ความเสี่ยงหลัก | การตั้งค่าที่แนะนำ |
|---|---|---|
| ฝ่ายบุคคลส่งสลิปเงินเดือนหรือสัญญาจ้าง | ส่งผิดคน สำเนาค้างนาน | รหัสผ่าน วันหมดอายุสั้น ดาวน์โหลดได้ครั้งเดียว |
| สำนักงานกฎหมายส่งเอกสารคดี | การรักษาความลับ | เข้ารหัสแบบ end to end และรหัสผ่าน ดูสำนักงานกฎหมาย |
| ช่างภาพส่งรูปบุคคลให้ลูกค้า | รูปที่ระบุตัวบุคคลได้ | รหัสผ่านและวันหมดอายุ |
| โรงเรียนแชร์ผลงานนักเรียน | ข้อมูลของผู้เยาว์ | จำกัดผู้รับ วันหมดอายุสั้น ดูสถานศึกษา |
| เก็บสำเนาบัตรประชาชนจากลูกค้า | เอกสารอ่อนไหวค้างในกล่องจดหมาย | คำขอไฟล์ที่มีรหัสผ่าน ดูวิธีรับไฟล์จากลูกค้า |